ความขัดแย้งระหว่างรัฐตุรกีกับชาวเคิร์ดมีรากฐานจากการสร้างรัฐชาติแบบรวมศูนย์ภายหลังการก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกี ซึ่งเน้นอัตลักษณ์ความเป็นตุรกีเป็นแกนกลาง และจำกัดการแสดงออกทางภาษา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชาวเคิร์ดมาเป็นเวลานาน ชาวเคิร์ดจำนวนมากในภาคตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้จึงรู้สึกว่าตนถูกกีดกันออกจากโครงสร้างทางการเมือง การบริหาร และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ขณะเดียวกัน รัฐมักจัดการข้อเรียกร้องของชาวเคิร์ดในฐานะปัญหาความมั่นคงและการแบ่งแยกดินแดน มากกว่าจะยอมรับว่าเป็นปัญหาด้านสิทธิ อัตลักษณ์ และการกระจายอำนาจ
การก่อตั้งพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน หรือ PKK ในปลายทศวรรษ 1970 และการเริ่มต่อสู้ด้วยอาวุธในปี ค.ศ. 1984 ทำให้ความขัดแย้งพัฒนาเป็นการเผชิญหน้าทางทหารระยะยาว การสู้รบ การประกาศภาวะฉุกเฉิน การอพยพประชากรออกจากหมู่บ้าน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการจำกัดพื้นที่ทางการเมืองของพรรคและนักกิจกรรมชาวเคิร์ด ยิ่งสร้างความไม่ไว้วางใจระหว่างประชาชนในพื้นที่กับรัฐ แม้ต่อมารัฐบาลตุรกีจะเริ่มอนุญาตให้ใช้ภาษาเคิร์ดในสื่อและการศึกษาในระดับจำกัด แต่ปัญหาการรับรองอัตลักษณ์ การปกครองท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมทางการเมืองยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ
ในระยะแรก PKK มีเป้าหมายเรียกร้องการจัดตั้งรัฐเคิร์ดอิสระ แต่ต่อมาได้ปรับจุดยืนไปสู่ข้อเรียกร้องเรื่องการรับรองอัตลักษณ์และภาษาเคิร์ด การกระจายอำนาจ การเพิ่มอำนาจขององค์กรปกครองท้องถิ่น การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้ชาวเคิร์ดสามารถมีส่วนร่วมโดยไม่ถูกดำเนินคดีในฐานะภัยต่อความมั่นคง นอกจากนี้ ยังมีข้อเรียกร้องเรื่องการปรับปรุงสภาพการคุมขังและบทบาททางการเมืองของ Abdullah Öcalan ตลอดจนการกำหนดหลักประกันสำหรับการถอนกำลังและการวางอาวุธของ PKK
ฝ่ายรัฐบาลตุรกีให้ความสำคัญกับการยุติการโจมตี การถอนกำลังของ PKK ออกจากดินแดนตุรกี และการปลดอาวุธโดยไม่กระทบต่อเอกภาพและบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐ รัฐบาลพร้อมพิจารณาการปฏิรูปสิทธิทางวัฒนธรรมบางส่วน แต่ไม่ยอมรับข้อเสนอที่อาจนำไปสู่การปกครองตนเองทางดินแดนหรือสถานะทางการเมืองแบบแยกออกจากรัฐตุรกี
ค.ศ. 1978 — ก่อตั้งพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน หรือ PKK ภายใต้การนำของ Abdullah Öcalan
ค.ศ. 1984 — PKK เริ่มการต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐตุรกี
ค.ศ. 1999 — Öcalan ถูกจับกุมและคุมขังบนเกาะ İmralı; PKK ประกาศหยุดยิงและปรับยุทธศาสตร์บางส่วน
ค.ศ. 2008–2011 — เจ้าหน้าที่ข่าวกรองตุรกีกับผู้แทน PKK เจรจาลับในกระบวนการที่เรียกว่า Oslo Process แต่ยุติลงโดยไม่มีข้อตกลง
ปลาย ค.ศ. 2012 — รัฐบาลยืนยันว่าหน่วยข่าวกรองแห่งชาติเริ่มการพูดคุยกับ Öcalan อีกครั้ง
21 มีนาคม ค.ศ. 2013 — Öcalan เรียกร้องให้ PKK หยุดยิงและถอนกำลังออกจากตุรกี ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของกระบวนการสันติภาพ
ค.ศ. 2013–2014 — ความรุนแรงลดลง มีการส่งคณะผู้แทนพรรคการเมืองเคิร์ดไปพบ Öcalan และจัดตั้งคณะบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อรับฟังความคิดเห็นสังคม
กรกฎาคม ค.ศ. 2014 — รัฐสภาตุรกีออกกฎหมายรองรับมาตรการเพื่อยุติการก่อการร้ายและเสริมสร้างการบูรณาการทางสังคม
28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 — มีการประกาศ Dolmabahçe Declaration ซึ่งเสนอกรอบสิบประเด็นสำหรับการเจรจา
กลาง ค.ศ. 2015 — ความไม่ไว้วางใจ การแข่งขันทางการเมือง เหตุการณ์ในซีเรีย และความรุนแรงภายในประเทศทำให้กระบวนการหยุดชะงัก
กรกฎาคม ค.ศ. 2015 เป็นต้นมา — การหยุดยิงล่มสลายและการสู้รบระหว่างรัฐตุรกีกับ PKK กลับมารุนแรงอีกครั้ง
กระบวนการเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขที่ทั้งรัฐตุรกีและ PKK เริ่มตระหนักว่าการใช้กำลังเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้อีกฝ่ายยอมแพ้ได้อย่างเด็ดขาด แม้รัฐจะสามารถลดศักยภาพทางทหารของ PKK ได้ในบางช่วง แต่ไม่สามารถยุติองค์กรได้ ส่วน PKK ก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเมืองผ่านการต่อสู้ด้วยอาวุธ สถานการณ์ดังกล่าวจึงเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายเห็นประโยชน์ของการสื่อสารและการลดความรุนแรง โดยเงื่อนไขที่ทำให้การพูดคุยสามารถเริ่มต้นได้คือ รัฐบาลพรรค AKP ยังมีฐานอำนาจทางการเมืองเข้มแข็ง หน่วยข่าวกรองแห่งชาติตุรกีสามารถติดต่อกับ Öcalan ได้โดยตรง และ Öcalan ยังคงมีอิทธิพลต่อ PKK และขบวนการการเมืองเคิร์ด นอกจากนี้ ประสบการณ์จาก Oslo Process ทำให้ทั้งสองฝ่ายมีช่องทางติดต่อและรู้จักจุดยืนของกันและกันมาก่อน อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวพึ่งพาผู้นำและช่องทางลับมากเกินไป โดยไม่มีกรอบเจรจา กลไกติดตาม หรือความเห็นร่วมเกี่ยวกับเป้าหมายสุดท้ายที่ชัดเจน จึงไม่สามารถรองรับวิกฤตทางการเมืองและความมั่นคงที่เกิดขึ้นภายหลังได้
ไม่มีผู้ไกล่เกลี่ยภายนอกที่เป็นอิสระอย่างเป็นทางการ กระบวนการดำเนินผ่านการติดต่อระหว่างหน่วยข่าวกรองแห่งชาติตุรกี หรือ MİT กับ Abdullah Öcalan ซึ่งถูกคุมขังบนเกาะ İmralı โดยมีคณะผู้แทนจากพรรคการเมืองเคิร์ด BDP และต่อมาคือ HDP ทำหน้าที่ส่งสารระหว่าง Öcalan รัฐบาล และผู้นำ PKK ในเทือกเขา Qandil ดังนั้น HDP มีบทบาทใกล้เคียงผู้ประสานงานหรือช่องทางสื่อสาร แต่ไม่ได้เป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นกลางและไม่มีอำนาจตรวจสอบการปฏิบัติตามคำมั่นของทั้งสองฝ่าย
กระบวนการมีลักษณะเป็นการพูดคุยแบบปิดและไม่เป็นทางการ โดยรัฐบาลไม่ได้เจรจากับ PKK ผ่านโต๊ะเจรจาร่วมที่เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ใช้การติดต่อหลายช่องทาง ได้แก่ การพูดคุยระหว่าง MİT กับ Öcalan การเดินทางของคณะผู้แทน BDP/HDP ไปยังเกาะ İmralı และการส่งสารต่อไปยังผู้นำ PKK ใน Qandil กระบวนการจึงพึ่งพา Öcalan ในฐานะศูนย์กลางการสื่อสารอย่างมากแม้ว่าในปี ค.ศ. 2015 จะมีการประกาศ Dolmabahçe Declaration และกรอบการหารือสิบประเด็นต่อสาธารณะ แต่ยังไม่มีการจัดตั้งคณะเจรจาอย่างเป็นทางการ ไม่มีวาระและลำดับการดำเนินงานที่ทุกฝ่ายรับรองร่วมกัน ไม่มีบุคคลที่สามทำหน้าที่ตรวจสอบ และไม่มีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรที่กำหนดหน้าที่ของรัฐกับ PKK อย่างเท่าเทียม กระบวนการจึงยังอยู่ในระดับการสำรวจและสร้างเงื่อนไข มากกว่าการเจรจาข้อตกลงสันติภาพฉบับสมบูรณ์
เป็นผู้สังเกตการณ์/กลไกคู่ขนาน
ภาคประชาสังคม องค์กรสิทธิมนุษยชน สมาคมวิชาชีพ นักวิชาการ และองค์กรชาวเคิร์ดไม่ได้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของคณะเจรจา แต่มีบทบาทในฐานะกลไกคู่ขนานที่ช่วยสนับสนุนการสื่อสารกับสังคม รัฐบาลได้จัดตั้ง Wise Persons Committee หรือคณะบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิในปี ค.ศ. 2013 เพื่อเดินทางรับฟังความคิดเห็น อธิบายกระบวนการ และสะท้อนท่าทีของประชาชนจากภูมิภาคต่าง ๆ กลับไปยังรัฐบาล แม้คณะดังกล่าวจะได้รับการแต่งตั้งจากรัฐและไม่มีอำนาจร่วมกำหนดวาระหรือรับรองข้อตกลงก็ตาม
ขณะเดียวกัน องค์กรภาคประชาสังคมเคิร์ด กลุ่มสิทธิมนุษยชน นักวิชาการ และเครือข่ายสันติภาพยังมีบทบาทผ่านการรณรงค์ การจัดเวทีสาธารณะ การติดตามสถานการณ์ และการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปด้านสิทธิ ประชาธิปไตย และการกระจายอำนาจ บทบาทเหล่านี้จึงช่วยสร้างการรับรู้และแรงสนับสนุนทางสังคมต่อกระบวนการ แต่ยังไม่ได้เชื่อมเข้าสู่การตัดสินใจหลักอย่างเป็นทางการและต่อเนื่อง
มีส่วนร่วมแต่ไม่มีกลไกเฉพาะ
กระบวนการสันติภาพไม่มีโควตาผู้หญิง ไม่มีคณะทำงานด้านเพศสภาพ และไม่มีบทบัญญัติเฉพาะเกี่ยวกับผลกระทบของความขัดแย้งต่อผู้หญิง แม้ว่าขบวนการการเมืองเคิร์ดจะมีนักการเมืองและนักกิจกรรมหญิงจำนวนมาก รวมถึงมีระบบประธานร่วมชาย–หญิงในองค์กรการเมืองบางแห่ง แต่ผู้หญิงไม่ได้มีสถานะเป็นผู้แทนเจรจาอย่างเป็นทางการในกระบวนการระหว่างรัฐบาลกับ Abdullah Öcalan หรือ PKK
อย่างไรก็ตาม องค์กรสตรีเคิร์ดและกลุ่มสิทธิสตรียังคงมีบทบาทผ่านการรณรงค์เพื่อสันติภาพ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการผลักดันประเด็นผู้สูญหาย ผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง และความเท่าเทียมทางเพศ การมีส่วนร่วมดังกล่าวช่วยสนับสนุนบรรยากาศของกระบวนการสันติภาพ แต่ไม่ได้ถูกสถาปนาเป็นกลไกหรือโครงสร้างอย่างเป็นทางการภายในโต๊ะเจรจา
กระบวนการไม่ได้บรรลุข้อตกลงแบ่งปันอำนาจหรือการปกครองตนเองอย่างเป็นทางการ ฝ่ายเคิร์ดเสนอแนวคิดการกระจายอำนาจ การเสริมอำนาจองค์กรปกครองท้องถิ่น และ “ประชาธิปไตยแบบกระจายอำนาจ” ซึ่งจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ บริหารกิจการของตนมากขึ้น ขณะที่รัฐบาลยอมรับเพียงการขยายสิทธิทางวัฒนธรรมและการบริหารท้องถิ่นบางด้าน โดยยังยืนยันโครงสร้างรัฐเดี่ยวและไม่ยอมรับการปกครองตนเองทางดินแดน ภายใน Dolmabahçe Declaration กล่าวถึงประชาธิปไตย อัตลักษณ์ สิทธิพลเมือง และความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลางกับท้องถิ่น แต่ไม่ได้กำหนดรูปแบบสถาบัน การแบ่งเขตอำนาจ หรือหลักประกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองที่มีผลผูกพัน
Öcalan ประกาศเรียกร้องให้ PKK หยุดยิงและถอนกำลังติดอาวุธออกจากตุรกีในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2013 ส่งผลให้การปะทะลดลงและ PKK เริ่มถอนกำลังบางส่วนไปยังพื้นที่ตอนเหนือของอิรัก อย่างไรก็ตาม การถอนกำลังหยุดชะงักเนื่องจาก PKK เห็นว่ารัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการปฏิรูปทางกฎหมายและการเมืองตามที่คาดหวัง นอกจากนี้กระบวนการไม่มีข้อตกลง DDR ที่ครอบคลุม ไม่มีบัญชีอาวุธ ไม่มีเขตรวมพล ไม่มีกรอบการปลดประจำการและคืนสู่สังคม และไม่มีคณะผู้สังเกตการณ์อิสระทำหน้าที่ตรวจสอบการถอนกำลังหรือการหยุดยิง เมื่อความไว้วางใจลดลงในปี ค.ศ. 2015 ทั้งสองฝ่ายจึงกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดคำมั่น และกลับไปใช้กำลังได้โดยไม่มีกลไกกลางระงับข้อพิพาท
กระบวนการไม่ได้จัดตั้งกลไกความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นทางการ ไม่มีคณะกรรมการค้นหาความจริง โครงการเยียวยาผู้เสียหายร่วม หรือกลไกสอบสวนการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากทั้งรัฐและ PKK ประเด็นนักโทษการเมือง ผู้สูญหาย การอพยพจากหมู่บ้าน และการละเมิดในช่วงภาวะฉุกเฉินถูกกล่าวถึงในการถกเถียงทางสังคม แต่ไม่ได้รับการบรรจุเป็นกระบวนการที่มีกรอบและอำนาจดำเนินงานชัดเจน ทางด้านรัฐบาลเคยดำเนินมาตรการชดเชยบางส่วนแก่ผู้ได้รับความเสียหายจากการก่อการร้ายและปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย แต่เป็นมาตรการตามกฎหมายของรัฐเดิม ไม่ใช่ระบบเยียวยาที่เกิดจากข้อตกลงร่วม และไม่ได้เชื่อมกับการเปิดเผยความจริงหรือความรับผิดของผู้กระทำอย่างเป็นระบบ
มีกฎหมาย/รัฐธรรมนูญรองรับ
ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2014 รัฐสภาตุรกีผ่าน Law No. 6551 on Ending Terrorism and Strengthening Social Integration ซึ่งให้อำนาจรัฐบาลดำเนินการเจรจา ติดต่อกับบุคคลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง จัดทำมาตรการด้านสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความมั่นคง ตลอดจนให้ความคุ้มครองทางกฎหมายแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในกระบวนการ กฎหมายฉบับนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่จะถูกกล่าวหาว่าเจรจากับองค์กรผิดกฎหมาย และทำให้กระบวนการมีฐานทางกฎหมายภายในประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กฎหมายเป็นการให้อำนาจรัฐบาลฝ่ายเดียว ไม่ใช่กฎหมายที่รับรองเนื้อหาข้อตกลงระหว่างรัฐกับ PKK และไม่ได้กำหนดขั้นตอนการปลดอาวุธ การกระจายอำนาจ การตรวจสอบ หรือการระงับข้อพิพาทอย่างละเอียด ดังนั้น การรองรับทางกฎหมายจึงมีอยู่ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการทำให้กระบวนการเป็นสถาบันที่ดำรงอยู่ได้เมื่อบริบททางการเมืองเปลี่ยนแปลง
ล้มเหลว/ล่มสลาย
ในช่วงปี ค.ศ. 2013–ต้นปี ค.ศ. 2015 กระบวนการสามารถลดการปะทะและการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ เปิดช่องทางสื่อสารโดยตรงระหว่างรัฐกับ Öcalan ทำให้ประเด็นเคิร์ดถูกอภิปรายในฐานะปัญหาทางการเมืองมากกว่าปัญหาความมั่นคงเพียงอย่างเดียว และนำไปสู่การออกกฎหมายรองรับกระบวนการในปี ค.ศ. 2014 นอกจากนี้ การประกาศ Dolmabahçe Declaration ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 แสดงให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มพัฒนาแนวทางจากการหยุดยิงไปสู่การหารือเรื่องประชาธิปไตย สิทธิ และการปลดอาวุธ
อย่างไรก็ตาม กระบวนการไม่สามารถเปลี่ยนจากการติดต่อระดับผู้นำไปสู่ข้อตกลงที่มีสถาบันรองรับ ไม่มีการดำเนินการถอนกำลังและปลดอาวุธจนเสร็จสิ้น ไม่มีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญหรือการกระจายอำนาจตามที่ฝ่ายเคิร์ดเรียกร้อง และไม่มีการตั้งกลไกตรวจสอบร่วม หลังความรุนแรงกลับมาปะทุในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2015 การหยุดยิงยุติลงและกระบวนการถูกแทนที่ด้วยปฏิบัติการทางทหารและมาตรการด้านความมั่นคง
ปัจจัยที่ทำให้กระบวนการสามารถลดความรุนแรงได้ชั่วคราวคือการยอมรับร่วมกันว่าชัยชนะทางทหารอย่างเด็ดขาดเกิดขึ้นได้ยาก ประกอบกับการมีช่องทางสื่อสารลับที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ Oslo Process และความสามารถของ MİT ในการติดต่อกับ Öcalan โดยตรง Öcalan ยังมีอำนาจทางสัญลักษณ์และอิทธิพลต่อเครือข่าย PKK มากเพียงพอที่จะเรียกร้องการหยุดยิงและการถอนกำลัง ขณะที่รัฐบาล AKP ในช่วงเริ่มต้นมีอำนาจทางการเมืองและความสามารถในการผลักดันมาตรการที่เคยเป็นเรื่องต้องห้ามในสังคมตุรกี
กระบวนการยังช่วยเปลี่ยนกรอบการมอง “ปัญหาเคิร์ด” จากเรื่องการก่อการร้ายและความมั่นคงเพียงด้านเดียว ไปสู่การถกเถียงเรื่องสิทธิทางวัฒนธรรม ประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมือง การลดการปะทะในช่วงปี ค.ศ. 2013–2015 ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความปลอดภัยมากขึ้น และแสดงให้เห็นว่าการสื่อสารทางการเมืองสามารถลดความรุนแรงได้แม้ยังไม่มีข้อตกลงฉบับสุดท้าย
ข้อท้าทายพื้นฐานคือรัฐบาลกับฝ่ายเคิร์ดไม่เคยมีความเข้าใจร่วมกันอย่างชัดเจนว่า “ปลายทาง” ของกระบวนการคืออะไร รัฐบาล AKP มองว่าจุดมุ่งหมายสำคัญคือให้ PKK ถอนกำลังและวางอาวุธภายใต้รัฐเดี่ยว ขณะที่ PKK และขบวนการการเมืองเคิร์ดคาดหวังว่าการปลดอาวุธต้องเกิดควบคู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การรับรองอัตลักษณ์เคิร์ด และการกระจายอำนาจ เมื่อไม่มีแผนปฏิบัติการร่วมที่กำหนดว่าใครต้องดำเนินการอะไรก่อนหรือหลัง แต่ละฝ่ายจึงกล่าวหาว่าอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามคำมั่น โดยรัฐเห็นว่า PKK ไม่ถอนกำลังและปลดอาวุธอย่างแท้จริง ส่วน PKK เห็นว่ารัฐบาลต้องการให้วางอาวุธโดยไม่ให้หลักประกันทางการเมืองตอบแทน
กระบวนการยังพึ่งพาการเจรจาลับระหว่างรัฐบาล Öcalan และผู้แทนพรรคเคิร์ดมากเกินไป ไม่มีผู้ไกล่เกลี่ยหรือกลไกตรวจสอบอิสระ ไม่มีการมีส่วนร่วมที่เป็นระบบของรัฐสภา ภาคประชาสังคม ผู้หญิง และกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน ทำให้สังคมส่วนหนึ่งไม่ไว้วางใจและสามารถถูกใช้เป็นประเด็นแข่งขันทางการเมืองได้ ความขัดแย้งในซีเรีย โดยเฉพาะเหตุการณ์โคบานี ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกับขบวนการเคิร์ด ผลการเลือกตั้งเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2015 และเหตุโจมตีทั้งต่อเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ล้วนทำลายแรงจูงใจในการประนีประนอม จนรัฐบาลและ PKK กลับไปใช้ยุทธศาสตร์ทางทหารอีกครั้ง
กรณีตุรกีแสดงให้เห็นว่า การมีช่องทางพูดคุยกับผู้นำของกลุ่มติดอาวุธสามารถช่วยลดความรุนแรงและสร้างความเข้าใจต่อข้อเรียกร้องของกันและกันได้ แต่การพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือช่องทางลับเพียงอย่างเดียวทำให้กระบวนการเปราะบาง หากสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนแปลงหรือความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเสื่อมลง กระบวนการทั้งหมดอาจหยุดลงพร้อมกัน สำหรับบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย จึงควรทำให้ช่องทางพูดคุยเชื่อมโยงกับสถาบันที่ดำรงอยู่ได้ต่อเนื่อง ไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลหรือผู้นำเฉพาะช่วงเวลา
อีกบทเรียนสำคัญคือ ต้องกำหนดเป้าหมาย ขั้นตอน และลำดับการดำเนินงานร่วมกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างการลดความรุนแรง การถอนกำลัง การปฏิรูปการเมือง และหลักประกันด้านสิทธิ หากแต่ละฝ่ายตีความว่าตนต้องได้รับสิ่งใดก่อน กระบวนการจะติดอยู่ในปัญหา “ใครต้องเริ่มก่อน” นอกจากนี้ ควรมีผู้สังเกตการณ์หรือกลไกตรวจสอบที่ทุกฝ่ายยอมรับ เปิดพื้นที่ให้ภาคประชาสังคม ผู้หญิง ผู้ได้รับผลกระทบ และตัวแทนชุมชนเข้ามามีบทบาท เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของทางสังคมและป้องกันไม่ให้การพูดคุยถูกลดทอนเป็นเพียงข้อตกลงลับระหว่างรัฐบาลกับแกนนำของกลุ่มขบวนการ
Cowen, K. (2023). The Kurdish dilemma in Turkey. https://dckurd.org/wp-content/uploads/2023/01/The-Kurdish-Dilemma-in-Turkey.pdf; International Crisis Group. (2014). Turkey and the PKK: Saving the peace process (Europe Report No. 234). https://www.crisisgroup.org/sites/default/files/turkey-and-the-pkk-saving-the-peace-process.pdf; Kaliber, A., & Tocci, N. (2010). Civil society and the transformation of Turkey’s Kurdish question. Security Dialogue, 41(2), 191-215. https://d1wqtxts1xzle7.cloudfront.net/56605433/2010_Kaliber-Tocci_SecurityDialogue-libre.pdf?1526760616=&response-content-disposition=inline%3B+filename%3DCivil_Society_and_the_Transformation_of.pdf&Expires=1780583007&Signature=fHWo5fKVxrGvmDfPfzCWYst84dj2~ftpKZuSKTYylwD3NzO5yTmvJA-SvM68YfuCeHycxTvcf0eM-0ys27Xe5LuDG50mHkqaeBhiGaxfoMMfoj98DdhTeS0dQ~KE9-JAmAJg719v8-Do2woE3p48Pyx6IvEalqP9padGI30kFnMrEkvR-OWyC6ryD7ZN5FN2lG-of~Errcw5o1mmDx~GrYB1o5xMOYA43S4jK-8FXsp-4qE61JWV~WvAHFmUCwpjL68JKvAsjyovqurP0llIUU~1Soxxv~OzcKloQwss2V9-hK3gTg~CvKYQJTl91w5VUuAXFQXaV-Tiz-wamS3tIQ__&Key-Pair-Id=APKAJLOHF5GGSLRBV4ZA; Ünal, M. C. (2016). Is it ripe yet? Resolving Turkey's 30 years of conflict with the PKK. Turkish Studies, 17(1), 91-125. file:///C:/Users/Acer_it/Downloads/Is_it_ripe_yet_Resolving_Turkeys_30_year%20(1).pdf; Yeğen, M. (2015). The Kurdish peace process in Turkey: Genesis, evolution and prospects. Global Turkey in Europe III: Democracy, trade, and the Kurdish question in Turkey-EU relations, 19, 157. https://www.files.ethz.ch/isn/191379/gte_wp_11.pdf